วัสดุฉนวนกันความร้อน - โดยกลุ่มบริษัทโปลิโฟม

วัสดุฉนวนกันความร้อน

หมวดหมู่สารบัญ

วิธีการคำนวณค่าความร้อน

ปัจจุบันวัสดุฉนวนกันความร้อนได้รับความนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงการก่อสร้าง เพราะด้วยอากาศที่ร้อนจัดเราจึงต่างหันมาใส่ใจเลือกเฟ้นวัสดุฉนวนกันความร้อน เพื่อใช้ก่อสร้างในส่วนของผนังและฝ้าร่วมกับวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ ซึ่งการเลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีควรพิจารณาจากทั้ง 3 ค่า ดังนี้

ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) เรียก “ค่า K” หน่วย W/m.K

ค่าความต้านทานความร้อน (Thermal Resistivity) เรียก “ค่า R” หน่วย m2K/W

      และ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat transfer coefficient) เรียก “ค่า U” หน่วย W/m2K

หน่วย W = Watt (วัตต์) , m = meter (เมตร), K = Kelvin (เคลวิน)

เรามาเริ่มทำความรู้จักที่ค่าการนำความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการวัดอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านเนื้อวัสดุ บ่งบอกถึงการยอมให้ความร้อนไหลผ่านตัววัสดุ กล่าวได้ว่าหากวัสดุมีค่าการนำความร้อนต่ำ แสดงว่าวัสดุนั้นไม่ยอมส่งและรับความร้อนจากจุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าผ่านตัวมันเองไปยังจุดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงนับว่าเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดี ถัดมาคือค่าความต้านทานความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการเทียบสัดส่วนระหว่างความหนาและค่าการนำความร้อนของวัสดุ ดังสมการ

ค่าความต้านทานความร้อน (R)  =  ความหนาของวัสดุ/ค่าการนำความร้อน (K)

หากลองคำนวณค่าความต้านทานความร้อน โดยเทียบวัสดุต่างชนิดกันแต่กำหนดความหนาไว้เท่ากัน พบว่าวัสดุที่มีค่าความต้านทานความร้อนที่สูงกว่าจะเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า อันดับสุดท้ายคือ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน เป็นค่าที่บอกถึงปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านตัววัสดุ ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนมีความสัมพันธ์กับค่าความต้านทานความร้อนดังสมการ

ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U) = 1/ค่าความต้านทานความร้อน (R)

ฉะนั้นหากวัสดุมีค่าความต้านทานความร้อนสูงจะส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำ กล่าวง่ายๆได้ว่าหากวัสดุต้านทานความร้อนได้ดี ปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านก็จะน้อย บทสรุปค่าควรรู้ในการเลือกใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีจะต้องมีค่า K และค่า U ต่ำ แต่ค่า R สูง สำหรับโฟมกันความร้อน (Expandable Polystyrene) ที่มีค่าการนำความร้อนต่ำเพียง 0.03 W/m.K จัดเป็นวัสดุฉนวนกันร้อนที่ดีมีความคุ้มค่า เมื่อเทียบราคากับคุณสมบัติความเป็นฉนวนกันความร้อน ความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทาน เหล่านี้จึงทำให้โฟมกันความร้อนนิยมนำไปใช้เป็นโฟมสร้างบ้าน ในส่วนประกอบของฝ้าโฟม และผนังโฟม ที่มักจะได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ปัจจุบันวัสดุฉนวนกันความร้อนได้รับความนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงการก่อสร้าง เพราะด้วยอากาศที่ร้อนจัดเราจึงต่างหันมาใส่ใจเลือกเฟ้นวัสดุฉนวนกันความร้อน เพื่อใช้ก่อสร้างในส่วนของผนังและฝ้าร่วมกับวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ ซึ่งการเลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีควรพิจารณาจากทั้ง 3 ค่า ดังนี้

ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) เรียก “ค่า K” หน่วย W/m.K

ค่าความต้านทานความร้อน (Thermal Resistivity) เรียก “ค่า R” หน่วย m2K/W

และค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat transfer coefficient) เรียก “ค่า U” หน่วย W/m2K

หน่วย W = Watt (วัตต์) , m = meter (เมตร), K = Kelvin (เคลวิน)

เรามาเริ่มทำความรู้จักที่ค่าการนำความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการวัดอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านเนื้อวัสดุ บ่งบอกถึงการยอมให้ความร้อนไหลผ่านตัววัสดุ กล่าวได้ว่าหากวัสดุมีค่าการนำความร้อนต่ำ แสดงว่าวัสดุนั้นไม่ยอมส่งและรับความร้อนจากจุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าผ่านตัวมันเองไปยังจุดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงนับว่าเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดี ถัดมาคือค่าความต้านทานความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการเทียบสัดส่วนระหว่างความหนาและค่าการนำความร้อนของวัสดุ ดังสมการ

ค่าความต้านทานความร้อน (R)  =  ความหนาของวัสดุ/ค่าการนำความร้อน (K)

หากลองคำนวณค่าความต้านทานความร้อน โดยเทียบวัสดุต่างชนิดกันแต่กำหนดความหนาไว้เท่ากัน พบว่าวัสดุที่มีค่าความต้านทานความร้อนที่สูงกว่าจะเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า อันดับสุดท้ายคือ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน เป็นค่าที่บอกถึงปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านตัววัสดุ ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนมีความสัมพันธ์กับค่าความต้านทานความร้อนดังสมการ

ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U) = 1/ค่าความต้านทานความร้อน (R)

ฉะนั้นหากวัสดุมีค่าความต้านทานความร้อนสูงจะส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำ กล่าวง่ายๆได้ว่าหากวัสดุต้านทานความร้อนได้ดี ปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านก็จะน้อย บทสรุปค่าควรรู้ในการเลือกใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีจะต้องมีค่า K และค่า U ต่ำ แต่ค่า R สูง สำหรับโฟมกันความร้อน (Expandable Polystyrene) ที่มีค่าการนำความร้อนต่ำเพียง 0.03 W/m.K จัดเป็นวัสดุฉนวนกันร้อนที่ดีมีความคุ้มค่า เมื่อเทียบราคากับคุณสมบัติความเป็นฉนวนกันความร้อน ความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทาน เหล่านี้จึงทำให้โฟมกันความร้อนนิยมนำไปใช้เป็นโฟมสร้างบ้าน ในส่วนประกอบของฝ้าโฟม และผนังโฟม ที่มักจะได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง

ติดต่อสอบถาม

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line : @Polyfoam
Inbox Facebook : https://m.me/polyfoamgroup
Call : 062-070-5557
Official Web : www.polyfoam.co.th
#โปลิโฟม #Polyfoam #PolyfoamAbsorbYourLife
ขนาดไม่เกิน 5MB * ชนิดไฟล์ .jpg, .jpeg, .png, .pdf เท่านั้น ไม่รับการส่งข้อมูลด้วย link ใดๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

คูลบล็อก , coolblock , อิฐก่อผนัง

ทำไมถึงเลือกใช้คูลบล็อก

ทำไมจึงควรเลือกใช้คูลบล็อก? . จุดเด่นวัสดุโฟม EPS ที่ผสานในอิฐคูลบล็อก ฉนวนกันความร้อนที่ดี (k = 0.03 W/mK) อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ (ไม่ชื้น) ดูดซับเสียง

มาตรฐานโฟม

มาตรฐานโฟม “กลุ่มบริษัทในเครือโปลิโฟม เป็นโรงงานโฟมที่ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า eps foam ที่ครอบคลุมการนำไปใช้ในทุกรูปแบบมายาวนาน สำหรับสินค้าที่เราผลิตและจัดจำหน่าย

โฟมแผ่น , โฟมก่อสร้าง , โฟมสร้างบ้าน , ฉนวนกันความร้อน , ผนังโฟม

วิธีติดตั้ง ผนังโฟม

วิธีทำ ผนังโฟม 3 แบบ วิธีการที่ 1 ทำผนังโฟมแบบเปียก – ตั้งโครงด้วยเหล็กกล่อง หรือเหล็กโครงคร่าวตัว U เป็นโครงให้โฟมอยู่

โฟมแผ่น , โฟมฉนวนกันความร้อน, โฟมก่อสร้าง

โฟมฉนวนกันความร้อน

หลังคาบ้านร้อน ” ด้วยโฟม EPS by POLYFOAM เป็นฉนวนกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม สามารถลดอุณหภูมิจากภายนอกได้เป็นอย่างดี มีความแข็งแรงทนทานรับน้ำหนักได้มาก

วัสดุก่อสร้าง ,โฟมก่อสร้าง

สินค้าวัสดุก่อสร้าง

ข้อดีของกลุ่มสินค้า ‘วัสดุก่อสร้าง’ by โปลิโฟม ฉนวนกันความร้อนที่ดี การันตีด้วยค่าการนำความร้อนต่ำ เมื่อบ้านไม่ร้อนจึงประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว บ้านไม่ชื้น เพราะโฟมEPS มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ

บทความอื่นๆ

โฟมขึ้นรูป,โฟม EPS,Packing

โฟมขึ้นรูป Cushion foam for Packaging

ผู้ผลิตโฟมขึ้นรูป EPS คุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรม cushion foam โฟมกันกระแทกน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ปกป้องสินค้าของคุณอย่างเหนือชั้น!

🇹🇭 THEN